ตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์
เลี้ยงลูก
เลี้ยงลูก

ที่แอป Baby Billy
สามารถดูเคล็ดลับและข้อกังวลเพิ่มเติมได้!

ที่แอป Baby Billy สามารถดูเคล็ดลับและข้อกังวลเพิ่มเติมได้!
ผลการค้นหา ""
บทความ

ให้ลูกหยุดกินนมแม่เมื่อไหร่ดี?
หลายๆท่านอาจกำลังสงสัยว่าเมื่อไหร่จึงควรจะหยุดให้นมแม่ดี และเมื่อจะหย่านมควรต้องทำอย่างไร ดังนั้นในวันนี้เราได้นำคำตอบและเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันค่ะ นมแม่นั้นสำคัญอย่างไร?✨สร้างความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกหากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะสามารถสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่และลูก👶ได้ อาจเป็นเพราะแม่และลูกจะมองหน้ากันขณะให้นมและลูกก็จะนำมือเล็กๆ มาจับมือแม่ไว้ ทำให้ความสัมพันธ์💖ระหว่างแม่และลูกใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม✨ควรให้นมแม่จนถึงอายุเท่าไหร่?โดยยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำไว้ว่าควรให้นมแม่อย่างเดียว🍼จนลูกอายุ 6 เดือน และควรให้ต่อไปจนอายุครบ 2 ขวบหรืออาจให้นานกว่านั้น โดยจะหย่านมกันส่วนมากเมื่ออายุ 2-3 ขวบค่ะขั้นตอนในการหย่านมแม่✨ลดเวลาในการดูดนมของลูกหากลูกน้อยทานนมแม่🍼 ให้ค่อยๆ ลดเวลาการดูดลงค่ะ เมื่อลดการดูดลงก็จะมีการผลิตน้ำนมน้อยลงตามธรรมชาติ และให้ฝึกลูกให้ดื่มนมจากถ้วยแทน หากลูก👶ของคุณปฏิเสธที่จะดื่มนมจากถ้วย คุณพ่อคุณแม่อาจลองเสนอน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าให้ลูกดื่มก่อนก็ได้ค่ะ✨ลดจำนวนครั้งลงอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้คือการลดจำนวนครั้งในการให้นมลง เช่นในหนึ่งวันเคยให้นม🥛 3 เวลา ก็อาจลดเหลือวันละ 2 เวลาก่อน แล้วค่อยๆ ลดเหลือวันละ 1 เวลา จนลูกเลิกได้ในที่สุดค่ะ ✨เพิ่มปริมาณอาหารอื่นๆการเพิ่มปริมาณอาหารอื่นๆ🍲ที่ไม่ใช่นม เป็นอีกวิธีที่สามารถใช้ได้ เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกอิ่มนานขึ้นนั่นเองค่ะ แต่ก็จะต้องดูว่าอาหารที่เพิ่มขึ้นมามีประโยชน์และสารอาหาร🥗ที่ครบถ้วนหรือไม่นะคะ โดยค่อยๆปรับสัดส่วนอาหารเพิ่มขึ้น และค่อยๆลดนมทีละน้อยจนหย่านมแม่ได้เองค่ะ ✨ให้นมอื่นแทนส่วนใหญ่แล้วลูกมันจะไม่ยอมทานนม🥛อื่นๆนอกจากนมของแม่ ดังนั้นอาจจะเป็นวิธีที่ยากหน่อย แต่หากลองให้ลูกตอนที่หิวจัดๆ จะทำให้ลูกไม่มีทางเลือกจนต้องยอมกิน😔 เมื่อลูกชินก็จะสามารถหย่านมแม่ได้เองค่ะ เปลี่ยนให้ลูกดื่มจากถ้วย✨หัดให้ลูกดื่มน้ำจากถ้วยเมื่อลูกน้อยอายุ 8 ถึง 9 เดือน คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มหัดให้ลูกน้อยดื่มน้ำจากถ้วย อาจเริ่มทีละนิดๆ โดยอาจแสดงให้ลูกของคุณเห็นถึงวิธีการดื่มจากถ้วย🥛 และให้ลูกทำตาม ลูกน้อยอาจมีการร้องอยากดื่มนมแม่ คุณแม่ก็จะต้องใจแข็งและอุ้มปลอบลูกน้อยนะคะ✨เปลี่ยนให้กินนมจากถ้วยหากจะให้ลูกหย่านมขวด🍼ก็ต้องค่อยๆทำเช่นกันค่ะ เริ่มต้นด้วยมื้ออาหารกลางวันก่อนด้วยการลองให้ลูกดื่มนมจากแก้ว เพราะหากเป็นตอนเช้าลูก👶จะหิวและอาจไม่อยากลองทานอะไรที่แปลกใหม่ร้องไห้โวยวายได้✨ลองในมื้ออื่นๆด้วยหากลูกเริ่มดื่มนมจากถ้วยในมื้อเที่ยงแล้ว ลองเพิ่มให้ดื่มนมจากถ้วย🥛ในมื้ออื่นๆด้วย โดยอาจเว้นมื้อก่อนนอนไว้ก่อน เพราะลูกยังคงต้องการดูดนมเพื่อให้ตัวเองสบายใจและสามารถนอนหลับได้อย่างสบาย โดยอาจค่อยๆลดทีหลังค่ะ

อันตรายของการหอม จูบทารก
เป็นที่เข้าใจตรงกันว่าเจ้าตัวน้อย👶ที่พึ่งออกมาเผชิญโลกกว้างนั้นล้วนมีความน่ารักและน่าฟัดสำหรับตัวคุณพ่อคุณแม่เอง จนไปถึงญาติๆหรือเพื่อนๆอยู่แล้ว การแสดงความรัก💗ด้วยการจูบแก้ม😘หรือการหอมแก้มจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่คุณผู้อ่านทราบไหมคะว่าร่างกายของทารกนั้นบอบบางกว่าที่เราคิด ไม่ใช่ในเชิงลักษณะภายนอกหรืออวัยวะต่างๆภายนอกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงระบบอวัยวะต่างๆภายในร่างกายอีกด้วย ร่างกายของทารกจึงมีความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าผู้ใหญ่ที่เจริญเติบโตเต็มที่ค่อนข้างมาก วันนี้บทความของเราจึงพาคุณผู้อ่านมาดูว่า ที่จริงแล้วเราสามารถแสดงความรักต่อเจ้าตัวน้อยผ่านการจูบแก้มหรือห้อมแก้มได้หรือไม่ เราไปดูพร้อมๆกันได้เลยค่ะ💁♀️5 โรคเสี่ยงจากการหอมแก้มทารก✨ทารกมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ RSV ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ😮💨 ติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสร่างกาย และทางสารคัดหลั่ง และจะระบาดง่ายเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่อากาศค่อนข้างชื้น ซึ่งผู้ใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงอาจเป็นพาหะนำเชื้อมาติดเจ้าตัวน้อยได้ค่ะ✨ทารกมีโอกาสที่จะเป็นโรค SSSS ที่มาจากคำว่า Staphylococcal scalded skin syndrome ถ้าแปลชื่อโรคตามตัวแล้วก็จะพอทราบได้ว่ามันคือโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง อันที่จริงแล้วเจ้าแบคทีเรีย🦠ที่เป็นสาเหตุของโรคนั้นก็อยู่ตามผิวหนังของเราโดยทั่วไปเลยค่ะ เพียงแต่ว่าระบบภูมิคุ้มกัน🛡️ของวัยผู้ใหญ่นั้นแข็งแรงมากกว่าทารก จึงไม่ป่วยเหมือนทารกนั่นเอง ถึงแม้จะไม่ป่วย ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นพาหะที่นำเจ้าแบคทีเรียตัวนี้ไปติดเจ้าตัวน้อยผ่านการสัมผัสร่างกายกันและกันได้ค่ะ✨ทารกมีโอกาสติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ ที่ก่อโรคที่เรารู้จักกันดีอย่างโรคเริมนั่นเองค่ะ แต่เชื้อไวรัสชนิดนี้นั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆตามบริเวณที่ก่อโรคในร่างกาย กลุ่มแรกชื่อย่อว่า HSV1 จะทำให้เกิดตุ่มแผลบริเวณรอบปาก👄หรือภายในช่องปาก ติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลังของร่างกาย แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อย่อว่า HSV2 จะทำให้เกิดแผลบริเวณอวัยวะเพศ ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อจึงแบ่งเป็นสองกรณี กรณีแรกคือทารกที่คลอดออกมาแล้ว ได้รับการสัมผัสจากผู้ใหญ่ที่มีเชื้อประเภทที่ 1 ก็จะทำให้เด็กมีโอกาสเป็นเริมบริเวณปาก🥴ได้ ส่วนกรณีที่ 2 นั้นเกิดกับทารกที่ยังไม่คลอด แต่คุณแม่ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อดังกล่าว ก็จะทำให้เด็กมีโอกาสติดเชื้อเริมกลุ่มที่ 2 ได้เช่นเดียวกันค่ะ✨ทารกมีโอกาสติดเชื้อหัด ซึ่งทำให้ทารกเป็นไข้🤒 น้ำมูกไหล😪 ตาแดง มีอาการไอจามประกอบ และมีผื่นขึ้นตามร่างกาย เป็นโรคที่พบในเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1 - 6 ปี ติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือสัมผัสร่างกายของผู้ติดเชื้อค่ะ อันที่จริงแล้วโรคหัดนับเป็นโรคที่หายเองได้โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ แต่หากเด็กมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆร่วมด้วยอาจต้องการการเฝ้าติดตามและดูแลอาการอย่างใกล้ชิด โดยใช้การรักษาด้วยยา💊ประกอบกันไปค่ะ✨ทารกมีโอกาสเป็นโรคอีสุกอีใสโรคอีสุกอีใสจากการติดเชื้อไวรัสชื่อ VZV หรือ HPV กลุ่มที่ 3 ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือสัมผัสร่างกายของผู้ติดเชื้อเช่นเดียวกัน แม้จะเราต่างทราบว่าเด็ก👶แทบทุกคนต้องเคยเป็นหรือเคยติดเชื้อหากไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกัน แต่ก็นับเป็นโรคที่ไม่มีวันหายค่ะ🙅♀️ เพราะต่อให้อาการของโรคนั่นก็คือตุ่มแดงนั้นจะดีขึ้นเรียบร้อยแล้ว แต่เชื้อจะยังอยู่ในร่างกายของเราไปตลอดชีวิต รอวันที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราอ่อนแอ เมื่อนั้นเชื้อจะฉวยโอกาสแสดงอาการของโรคขึ้นมาอีกรอบ ซึ่งก็เป็นอาการในลักษณะเดิมเลยค่ะ เพียงแต่เราเปลี่ยนชื่อเรียกกลายเป็นโรคงูสวัด🐍ที่เรารู้จักกันดีเท่านั้นเอง อยากหอมแก้มเด็กอย่างปลอดภัยต้องทำอย่างไร💫ในกรณีที่เจ้าตัวน้อยนั้นมีอายุยังไม่ถึง 3 เดือน แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการจูบ😘หรือการหอมไปก่อนค่ะ หากอยากทำจริงๆให้ระมัดระวังเรื่องความสะอาดของร่างกายตนเองจนไปถึงเสื้อผ้า👚ที่สวมใส่ เพราะจะเป็นส่วนที่สัมผัสกับร่างกายของทารกโดยตรงค่ะ💫ตรวจสอบว่าลูกมีสุขภาพปกติ หากดูแล้วลูกไม่ได้กำลังป่วยอยู่ จึงทำการจูบ💋หรือหอมแก้มลูกได้ เพราะโดยปกติระบบภูมิคุ้มกันของทารกนั้นไม่ได้แข็งแรงมากอยู่แล้ว หากยังป่วยก็จะยิ่งอ่อนแอลงไปอีก จึงไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อก่อโรค🦠ให้เด็กเพิ่มค่ะ💫ควรล้างมือและล้างปากก่อนล้างมือ🤲และล้างปากทุกครั้งก่อนที่จะทำการกอด จูบ หรือสัมผัสร่างกายของทารก💫หากเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ หลังสูบบุหรี่🚬ใหม่ๆไม่ควรมาเข้าใกล้เด็กแม้จะไม่ได้สัมผัสโดยตรงก็ตาม เพราะควันบุหรี่มือสองยังคงติดตามเสื้อผ้าและร่างกายของผู้สูบ อาจทำให้ทารกได้รับควันบุหรี่มือสองได้ค่ะ💫อย่าให้คนไม่สนิทมาสัมผัสร่างกายของลูกเพราะเราไม่สามารถทราบถึงเงื่อนไขทางสุขภาพหรือการรักษาความสะอาด🧼ในร่างกายตนเองของเขาได้ค่ะ💫เลี่ยงการพาลูกไปในที่แออัดไม่พาเจ้าตัวน้อยออกไปยังที่ที่มีผู้คนแออัด ถ่ายเทไม่สะดวก เพราะง่ายต่อการติดเชื้อก่อโรค🦠ชนิดต่างๆค่ะ จะเห็นแล้วนะคะว่าการแสดงความรักผ่านการกอด🤗 จูบ หอมแก้มทารกนั้นเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงทั้งสิ้น แต่ก็สามารถทำได้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกัน หากต้องการปฏิสัมพันธ์กับเด็กก็แค่ต้องรักษาความสะอาดของร่างกายตนเอง และมั่นใจว่าตนเองไม่ได้กำลังเป็นโรคติดต่อใดๆก็ตามเท่านั้นเองค่ะ

ปลาที่เหมาะสำหรับทารกเพิ่งหัดทาน
เป็นที่รู้ๆกันว่าปลานั้นเป็นแหล่งของสารอาหารอันอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย ในปลานั้นมีโปรตีนที่ช่วยในการเติบโตของลูกแล้ว และมีโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมองและการมองเห็นของลูกได้อีกด้วย รวมถึงยังย่อยง่ายจึงเหมาะจะให้ ลูกน้อยที่เริ่มทานอาหารเสริม โดยเราจะสามารถให้ปลาอะไรให้ลูกน้อยที่มีอายุ 7 เดือนได้บ้าง เราไปดูกันเลยค่ะ ปลาสําหรับทารกหัดทาน✨ปลาทับทิมเป็นปลาที่มีเนื้อเยอะ และอุดมไปด้วย โอเมก้า 3 และกรดไขมันอิ่มตัว ปลาชนิดนี้มีก้างที่ค่อนข้างน้อย จึงเหมาะที่จะนำมาทำเป็นอาหารให้กับเด็ก👶 โดยอาจนำมาบดผสมกับข้าวได้ค่ะ✨ปลาช่อนเป็นปลา🐟ที่มีโอเมก้าสูง มีรสหวาน ทำให้ทานง่าย แต่ก็ต้องระวังก้างติดคอนะคะ ควรเช็คให้ดีก่อนให้ลูกรับประทานค่ะ ✨ปลาแซลมอนปลาแซลมอน🍣นอกจากจะมีโอเมก้าและวิตามินดีแล้วยังมีสีสันและรสชาติที่อร่อยด้วย ทำให้เด็กๆหลายคนติดใจชอบกินกันเลยล่ะค่ะ แม้จะมีราคาแพงแต่ก็เป็นเมนูที่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อยไม่น้อยเลยล่ะค่ะปลาอื่นๆ✨ปลาทูเป็นปลาที่มีทั้งไอเมก้า 3 และไขมันดี ช่วยบำรุงสมอง จึงเหมาะกับการนำมาทำอาหารให้ทารกมากๆ👶 แต่ควรระวังเรื่องก้างหน่อยนะคะ เพราะมีก้างเล็กๆเยอะเลยล่ะค่ะ✨ปลาอินทรีจะมีรสชาติหวานและหาซื้อได้ง่าย เป็นปลาที่อุดมไปด้วยโอเมก้าและ โปรตีน DHA สูง และยังมีส่วนช่วยให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้นอีกด้วยค่ะ แต่หากลูกน้อยแพ้อาหารทะเลควรระวังว่าอาจแพ้ปลาอินทรี🐟ได้นะคะ วิธีการทำเมนูปลา✨เลือกปลาสดใหม่ควรเลือกปลาที่มีความสดใหม่เสมอ ให้สังเกตตาของปลาว่าตาและเกล็ดมีสีใส มีเหงือกสีแดง และเนื้อจะต้องไม่ยุ้ย รวมถึงไส้จะต้องไม่ทะลัก เพื่อให้ลูกน้อย👶ได้ทานปลาที่สดใหม่อยู่เสมอค่ะ✨กำจัดกลิ่นคาวปลาด้วยสมุนไพรก่อนนำปลา🐟มาทำอาหารก็ควรกำจัดกลิ่นคาวของปลาเพื่อให้ลูกทานง่าย ใช้มะนาวหรือเกลือขัดตัวปลา และล้างออก หมักด้วยสมุนไพรอย่าง ตะไคร้ ใบขิง หรืออื่นๆ เพื่อลดความคาวของปลาลง✨นึ่งและต้มให้สุกควรจะนำปลาไปต้มหรือนิ่งให้สุกดีก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาหารเป็นพิษ และเป็นการดับกลิ่นคาว เท่านี้เราก็ได้เมนูสุดแสนจะมีประโยชน์เพื่อลูกน้อยแล้วล่ะค่ะ☺️
กลุ่มชาวบิลลี่
Village Baby Co., Ltd.
4F, 83 Uisadang-daero, Yeongdeungpo-gu, Seoul, Republic of Korea
Partnership inquiries babybilly.global@villagebaby.kr
|
|
Language
Copyright Baby Billy. All rights reserved.
Village Baby Co., Ltd.
4F, 83 Uisadang-daero, Yeongdeungpo-gu, Seoul, Republic of Korea
Partnership inquiries babybilly.global@villagebaby.kr
Language
Copyright Baby Billy. All rights reserved.